สมาคมสภาการศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคมไทย (สสสท.)

ประวัติความเป็นมา         

สมาคม สภาการศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคมไทย (สสสท.) เกิดขึ้นจากการที่คณาจารย์คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ได้ไปเข้าร่วมประชุม วิชาการสังคม-สงเคราะห์และการพัฒนาสังคมระดับนานาชาติที่จัดขึ้นที่ประเทศ ฮ่องกงในปี 2010  ในงานดังกล่าวสภาการศึกษาสังคมสงเคราะห์ประเทศญี่ปุ่นได้มานำเสนอผลงานและ แลกเปลี่ยนกับประเทศไทยในประเด็นการจัดตั้งสภาการศึกษาสังคมสงเคราะห์ เพื่อเป็นการรวมตัวของสถาบันการศึกษาสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมในการ พัฒนาการศึกษาด้านนี้ให้ก้าวหน้าและเกิดองค์ความรู้ในการแลกเปลี่ยน ประสบการณ์การทำงานในระดับภูมิภาคและอาเซียนด้วยกันในระยะต่อไป     

คณบดี คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ (รองศาสตราจารย์ดร.เดชา  สังขวรรณ)  หัวหน้าภาควิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และคณาจารย์ที่ไปร่วมประชุมในครั้งนั้น จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะมีการจัดตั้งสภาการศึกษาสังคมสงเคราะห์ในประเทศไทย ขึ้น ระยะแรกๆของการรวมตัวกันของสถาบันการศึกษาเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนอย่างไม่ เป็นทางการระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระ เกียรติ และสถาบันที่มีการจัดการเรียนการสอนโดยตรง หรือสถาบันบางแห่งที่สอนวิชาโทสังคมสงเคราะห์  จึงทำให้เกิดการรวมตัวเป็น 9 องค์กรภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย 8 สถาบันการศึกษาและ 1 สมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยดังรายชื่อต่อไปนี้ 
1) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
2) มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
3) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
4) มหาวิทยาลัยเกริก  
5) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย
6) มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
7) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
8) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
9) สมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย

การ ดำเนินงานระยะการก่อตั้งได้มีการประชุมที่สถาบันการศึกษาหมุนเวียนกันเป็น เจ้าภาพจัดประชุม เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจในการพัฒนาสถาบันการศึกษา สังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม เนื่องจากตลาดงานมีความต้องการบัณฑิตในสาขานี้เป็นจำนวนมากแต่สถาบันการ ศึกษาด้านนี้มีจำนวนน้อย  การรวมตัวกันเพื่อพัฒนามาตรฐานทางวิชาการจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้อง เร่งพัฒนาการเรียนการสอนให้มีมาตรฐานทางวิชาการที่เท่าเทียมกับการจัดการ ศึกษาในระดับอาเซียน ระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ระยะแรกการร่วมตัวจึงเน้นเพียงการจัดประชุมวิชาการร่วมกัน และที่ประชุมได้มีมติเป็นเอกฉันท์ร่วมกันให้มีการจัดตั้งเป็น “สมาคมสภาการศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคมไทย (สสสท.) “ 

สมาคมฯ จึงได้มีการดำเนินการจดทะเบียนสมาคมสภาการศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และ สวัสดิการสังคมไทย (สสสท.) กับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยในวันที่ 24 กรกฏาคม พ.ศ.2556 เลขที่ จ 5104/2555  โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อพัฒนาและส่งเสริมมาตรฐานการศึกษาสังคม สงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม  และเพื่อรองรับกับร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ..........ที่คาดว่าจะได้มีการประกาศใช้  จนกระทั่งวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2556 พระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ.2556 ได้มีการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา  และมีผลบังคับให้เกิด “ ใบอนุญาตสังคมสงเคราะห์”   ผู้ก่อตั้งจึงตระหนักว่า ควรมีการเตรียมการจัดตั้ง สมาคมสภาการศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม  ภารกิจหลักเน้นการดำเนินงานด้านวิชาการสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมให้ มีความเข้มแข็งทางวิชาการและเป็นหน่วยสนับสนุนด้านองค์ความรู้ใหม่ๆให้กับ สภาวิชาชีพและสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในระยาวต่อไป

เครื่องหมายของสมาคม        

มีลักษณะเป็นรูปวงกลม ประกอบด้วยรูปหัวใจ ๘ ดวง หลากหลายสีเชื่อมร้อยกัน มีชื่อภาษาไทยว่า สมาคมสภาการศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคมไทย และภาษาอังกฤษว่า Thai Association of Social Work and Social Welfare Education ตรงกลางวงกลมเป็นอักษรย่อภาษาไทยว่า สสสท และภาษาอังกฤษว่า TASWE แสดงเจตนารมณ์มารวมตัวกันเป็นเครือข่ายสถาบันการศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคมไทย ที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการศึกษาและเครือข่ายสถาบันการศึกษา
 

สัญลักษณ์ของสมาคม
 
            
เป็นรูปหัวใจ ๘ ดวง เชื่อมร้อยกันหมายถึง  สถาบันการศึกษา ๘ แห่งที่เริ่มต้นแสดงเจตนารมณ์มารวมตัวกันเป็นเครือข่ายสถาบันการศึกษาสังคม สงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคมไทย มีจิตใจมุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนาและส่งเสริมมาตรฐานการศึกษาสังคมสงเคราะห์ ศาสตร์และสวัสดิการสังคม  โดยมีความผูกพัน กลมเกลียว สามัคคี มีอุดมการณ์ร่วมกันของเครือข่ายสถาบันการศึกษา
  ความหลากหลายของสี หมายถึงความหลากหลายของเครือข่ายที่ทำหน้าที่ในการจัดการศึกษาด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม        

วัตถุประสงค์ของสมาคม 
       
  1. เพื่อพัฒนาและส่งเสริมมาตรฐานการศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม   
  2. เพื่อสนับสนุนการศึกษา  วิจัยและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการ  สังคม  
  3. เพื่อส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือการศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคมระดับชาติและนานาชาติ
โครงสร้างการบริหารงานของสมาคม โครงสร้างการบริหารของสมาคมฯ ประกอบด้วย  คณะกรรมการสมาคมฯทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีทั้งหมด   8  ท่าน โดยมีรายชื่อดังนี้
  • นายกสมาคม          รศ.ดร. เดชา สังขวรรณ     
  • อุปนายกคนที่ 1     ศ.ดร.สุรพลปธานวณิช     
  • อุปนายกคนที่ 2     ดร.ทิพาภรณ์  โพธิ์ถวิล   
  • เลขานุการ             รศ.ระพีพรรณ  คำหอม    
  • วิชาการ                 ผศ.ดร.โกนิฏฐ์   ศรีทอง   
  • นายทะเบียน         รศ.ดร.เพ็ญประภา  ภัทรานุกรม  
  • ประชาสัมพันธ์      อ.สโรทร  ม่วงเกลี้ยง       
  • เหรัญญิก             อ.นวลใย  วัฒนกุล   
นายกสมาคม    ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคม
อุปนายก          ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม ปฏิบัติตามหน้าทีที่นายกสมาคมได้มอบหมาย
เลขานุการ        ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด
เหรัญญิก          ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมด เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย บัญชีงบดุล และเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ทางการเงิน รวมทั้งการระดมทุนของสมาคม
วิชาการ           ทำหน้าที่พัฒนาและส่งเสริมมาตรฐานการศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม สนับสนุนการศึกษา  วิจัยและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม
นายทะเบียน    ทำหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียน และฐานข้อมูลสมาชิกทั้งหมดของสมาคม ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
ประชาสัมพันธ์   ทำหน้าที่ส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือการศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคมระดับชาติและนานาชาติ เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิก และบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
กรรมการตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสม  

วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการสมาคม                        
คณะกรรมการของสมาคม สามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 3 ปี

ประเภทสมาชิก
สมาชิกของสมาคมมี 2 ประเภท คือ  
  1. สมาชิกสามัญ ได้แก่ สถาบันการศึกษาที่มีการจัดการเรียนการสอนภายใต้สาขา/หลักสูตร/กลุ่มวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม
  2. สมาชิกสมทบ แบ่งออกเป็น2 ประเภท ได้แก่ 
    1. ประเภทสถาบัน ได้แก่  หน่วยงาน/องค์กรที่ให้ความรู้/ฝึกอบรมด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม  
    2. ประเภทบุคคล ได้แก่ นักการศึกษา นักวิชาการ  นักวิจัย  ผู้ปฏิบัติงานที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และ สวัสดิการสังคม  และนักศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคม  
ผลงานที่ผ่านมา

ปี 2555  การจัดประชุมสัมมนาวิชาการระดับนานาชาติด้านสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และสวัสดิการสังคมระดับชาติครั้งที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2555 เรื่อง การเตรียมความพร้อมด้านสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์สู่ประชาคมอาเซียน วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพมหานคร

ปี
2556-2557  
การจัดทำมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา สาขาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ (มคอ.1)